パタヤで日本人15人逮捕! 存在しない借金を電子マネーで返済!?

(引用元:www.matichon.co.th)

タイ東部のチョンブリー県で2019年3月29日、タイ警察が外国人犯罪者の一斉捜査を行い、コールセンター(振り込め詐欺)の拠点にいた日本人15人が不法就労の容疑で逮捕されています。

この事件は日本では3月29日夕方ころから報道されていましたが、タイではなぜか報道が少し遅れていました。3月30日午前9時になって、ようやくタイの地元紙マティチョン紙に第一報が載りました(記事リンク)。

記事を日本語で要約しておきます:

3月29日、チョンブリー県警の警察官が裁判所の令状を持って、チョンブリー県バーンラムン郡ノーンプルア区10丁目サヤーム・ロイヤル・ビュー・ビレッジ 78/219 の民家を捜査した。借主の名前は TC で、日本国籍。貸主はタイ人女性、家賃は月65,000バーツ。

捜査の結果、タイへノンビザで入国した日本人15人を発見。家屋にはIP電話機52台中19台を使用中。ノートPC19台中16台を使用中。ルーター37台中25台を使用中。

15名は、一時滞在でタイに入国し、違法労働をしており、外国人労働法8条・101条違反の容疑で逮捕された。

逮捕された日本人は「日本の有名企業の借金取り立て社員と騙されて働いていた。有名企業の借用書を偽造し、裁判所の令状も偽造して、被害者に電子メールで送信して信用させた後に、電話をかけて実際には存在しない借金を取り立てていた。被害者には日本のコンビニで電子マネーのカードを購入させて送信させた」と話している。被害者は500人以上、被害総額は約8,900万円になる模様。

記事原文:

วันที่ 29 มี.ค. กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกับ ตม.จว.ชลบุรี, เจ้าหน้าที่ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1, ศปชก.ภ.จว.ชลบุรี, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ และตำรวจภูธรภาค 2 นำหมายค้นศาลแขวงพัทยา เข้าค้นบ้านเลขที่ 78/219 หมู่บ้านสยาม รอยัล วิว วิลเลจ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เช่าคือ นาย Tomoki Chimura สัญชาติญี่ปุ่น ผู้ให้เช่าคือ นางวีณา สุภาวรางกูล โดยได้รับค่าเช่าเดือนละ 65,000 บาท จากการตรวจค้น พบคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่น จำนวน 15 คน จากการตรวจสอบ พบว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรด้วยประเภทวีซ่า ผ.30 และพบโต๊ะทำงานพร้อมอุปกรณ์ต่างๆเกี่ยวกับ การติดต่อสื่อสาร เป็นโทรศัพท์แบบ IP Phone รวม 52 เครื่อง เปิดใช้งาน 19 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 19 เครื่อง เปิดใช้งาน 16 เครื่อง router ขยายสัญญาณ จำนวน 37 ตัว เปิดใช้งาน 25 ตัวโดยกล่าวหา ผู้ถูกจับทั้ง 15 รายว่า “เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ มาตรา 8 ประกอบมาตรา 101” พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ถูกจับคือหลอกลวงว่าเป็นพนักงานติดตามทวงหนี้ของบริษัทที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น โดยจะปลอมใบแจ้งหนี้ของบริษัทดังกล่าวและปลอมหมายศาลเพื่อส่งอีเมลล์ไปหาเหยื่อ สร้างความน่าเชื่อถือ หลังจากนั้นได้ใช้โทรศัพท์ติดตามทวงหนี้ที่ไม่มีอยู่จริง โดยหลอกลวงให้ผู้เสียหายส่งรหัสบัตรเติมเงินซึ่งซื้อจากร้านสะดวกซื้อในประเทศญี่ปุ่นให้กลุ่มผู้ถูกจับ เบื้องต้นมีผู้เสียหายกว่า 500 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 89 ล้านเยน (คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 25 ล้านบาท)